บทวิจารณ์

รวมคอมเม้นท์ คำวิจารณ์ “สุดจี๊ด” ของ รถไฟฟ้า…มาหานะเธอ

ความคิดเห็น หรือ บทวิจารณ์ ณ ที่นี้ เป็นการตัดทอนออกมาบางส่วน
ถ้าต้องการอ่านเต็ม คลิ๊ก ที่ชื่อผู้วิจารณ์ด้านล่างได้เลยนะคะ

bts-ken-cris-lover-04.jpg

“รถไฟฟ้ามาหานะเธอ” คือเทพนิยายสำหรับคนโสดยุคปัจจุบัน หรือ “พริ้ตตี้ วูเมน” ฉบับเมืองไทย
…อาจจะออกสตาร์ทอย่างช้าๆ เอื่อยๆ และหยุดบ่อยครั้งกับมุกตลกที่สำคัญบ้างไม่สำคัญบ้าง
แต่สุดท้ายก็เดินทางไปถึงที่หมายได้อย่างปลอยภัย สนุกสนาน และสุขใจ

สรดิเทพ ศุภจรรยา ณ Thaicinema

หลายอย่างในหนังผมว่าได้รับอิทธิพลมาจากหนังแนว Romantic-Comedy ของแดนกิมจิอยู่เหมือนกัน
สำหรับผม เมื่อดูจบ ก็พูดได้คำเดียวว่า ถ้าไม่ใช่นักแสดงชุดนี้ หนังจะเป็นยังไงหนอ???
และแม้จะทำให้ผมหัวเราะและร้องไห้ได้ในโรง แต่อารมณ์หลังจากผมออกมาจากโรงผมกลับรู้สึกเฉยๆอ่าครับ
ไม่ได้ปลาบปลื้มกับเนื้อเรื่องอะไรมากมาย ให้คะแนนเต็มที่ 8/10 ครับ
atmosfear ณ Deknang

…คุณคริสหอวัง ไม่น่าเชื่อว่าทำได้ดีมาก
พอๆกับ แอนท์ ฮาร์ทเวย์ จาก Princess Diaries เลย
ซึ่งคิดว่าจริงๆแล้วคุณคริสทำได้ดีกว่าด้วยซ้ำไป
อาจจะเป็นเพราะคุณคริสเป็นตัวละครที่ใกล้ตัวพวกเราและสัมผัสได้

มุข ทุกมุขที่ใส่มาก็ใส่มาได้อย่างลงตัวมากถึงมากที่สุด
ทุกอารมณ์ทุกการกระทำของตัวลรคร
เชื่อว่าทุกคนเคยเป็นแบบนี้ เคยเปิ่นๆมาแบบนี้
แต่ เขามาเขียนลงไว้ในตัวละครตัวเดียวเลยทำให้หนังมีสีสันมากกก
คิดว่าดูมีสีสัน มีมิติที่เข้าถึงได้มากกว่าหนังเกาหลีอีกนะครับ
totomix121 ณ Deknang

ไม่ค่อยประทับใจตอนจบเลยครับ ให้ 7.5/10 พอครับ
แฟนๆหนังค่ายนี้คงไม่ว่ากันนะ
Gotsuperstar ณ Deknang

นางเอกคริส หอวัง เล่นดีมากๆครับ
จะร้องไห้ เสียใจ ดีใจ เขินอาย หรือตอนเอาจริง เธอเล่นได้หมดครับ
หนังรักนี่สำคัญตอนฉากจี๊ดๆนี่เเหละครับ
คือบิลว์กันมาทั้งเรื่องเพื่อฉากเด็ดๆ
หรือฉากจี๊ดนี่เเหละครับ
ทำได้จี๊ดคนดูก็อินครับ
Bigwores  ณ Pantip

“หนังตัวอย่าง ตัดต่อออกมาได้สนุกและจี๊ดกว่าเยอะมากกกกกกกก”
แอบคิดว่า ถ้าเรื่องนี้ ผกก.เป็น เอส คมกฤษ หรือ ย้ง ทรงยศ หรือ สิน ยงยุทธ
ผมว่ามันจะต้องจี๊ด และกลมกล่อมกว่านี้แน่ๆ
สมาชิกหน้าเหลือง ณ Pantip

ในบรรดาหนังรักโรแมนติกคอมเมดี้ตามสไตล์ฟีลกู้ด + เพลย์เซฟของ จีทีเอช
ผมกลับชอบเรื่องนี้มากกว่าทุกเรื่องที่ผ่านมาแฮะ(เป็นรองก็แต่เพื่อนสนิท)
คำห้วน-lopzang-เฉือนคำรัก ณ Pantip

โอปอล์ .. แย่งซีนตามเคย ทุกฉาก รังสีอำมหิตจอมแย่งซีนแรงมาก
เข้าฉากกับคริส… ต้องบอกว่า คริสแย่เลยนะ…
ไปดูมาแล้วคนเยอะมาก ณ Pantip

ฉากที่นางเอกเมาแล้วขับรถจะชนพวกร้านขายก้วยเตี้ยว
แล้วพระเอกก็โผล่มาเคาะกระจกรถ
โหย! เสียงกรีี๊ดดังลั่นโรงเลยอ่า เหอะ

พอฉากที่พระเอก มาเคาะประตูบ้านนางเอก
คนก็กรี๊ดอีก ให้ตายเหอะ ..

สรุป ได้ยินเสียงกรี๊ดทั้งเรื่องเลย
lolita ณ Pantip

หนังก็เรื่อยๆแต่ดูแล้วยิ้มกริ่ม น่ารัก จั๊กกระจี้หัวใจมาก
ดูแล้วอยากย้อนเวลา กลับไป ให้ไปโสดอีกรอบ
เผื่อจะหาผู้ชายได้หล่อ อย่างคุณ ลุง (พี่เคน)
เอื้อมฝัน ณ Pantip

ผมชอบมากครับ โดนใจมากๆ ทั้งฮา น้ำตาคลอ แหล่มเลยหนังเรื่องนี้
ทำให้ผมย้อนกลับมาดูตัวเอง ในฐานะ “คนโสด” คนหนึ่งอายุ22ละ แฟนก็ไม่มี
ผมคิดแต่ว่าเรียนจบ ทำงานแล้วค่อยมีแฟน พอดูหนังเรื่องนี้ แล้วทำให้ผมอยากมีแฟนเร็วๆจัง
มาริอ้วน ณ Pantip

รู้สึกแย่ค่ะ ออกจากโรงแล้วความรู้สึกโหวงเหวงมาก
เรื่องราวในหนังตรงกับชีวิตมากไปหน่อย
ระหว่างดูก็ขำๆ แต่พอเดินออกมาจากโรงแล้ว
สุดท้ายเราก็ต้องกินข้าวคนเดียวต่อไปอยู่ดี…….เฮ้อ
N’Manow ณ Pantip

ดูจบแล้ว ร้องแต่เพลง โปรดส่งใครมารักฉันที อยู่อย่างนี้มันเหงาเกินไป
แล้วก็คิดว่า สงกรานต์ปีหน้าเราจะมีแฟนรึเปล่าเนี่ย
เพราะไม่มีแฟนไปเล่นน้ำช่วงสงกรานต์หลายปีละ
ขอบคุณที่เคยรักกัน ณ Pantip

ชอบมากๆๆๆครับ สนุกมากๆ
มุขไม่เสี่ยวเหมือนหนังหนังตลกอื่นๆ
เป็น หนังไทย ที่ผมชอบมากที่สุดตั้งแต่เกิดมาเลยก็ว่าได้
นายร้ายคนใหม่ ณ Pantip

ดูแล้วชอบมากค่ะ ฉากขำก็ขำ ฉากซึ้งก็ซึ้ง
เล่นดีทุกคนเลย คริสป่วงมาก
เคนก็เล่นแบบได้อารมณ์ว่าถ้ามีผู้ชายแบบนี้อยู่
สาวๆเห็นก็คงแย่งกันจีบจริงๆ
คะแนนเต็ม 10 ให้ 10 เลยนะ
ไข่แดงลอยฟ้าตอนเช้า ณ Pantip

มันเป็นอะไรที่โดนใจจริงๆค่ะ
ปกติไม่ชอบดูหรอกหนังรักอะไรนี่
บ้า ณ SiamZone

120 ซื้อความสุข ไป กับ คนรัก เพื่อน
แล้ว ก็หัวเราะ ไป พร้อมกับคนทั้งโรง คะ
piim ณ SiamZone

คนโสดจิตใจไม่เข้มแข็งพอระวังจะกลับถึงบ้านแล้วจะช๊อตนะคะ
แบบว่า… อินสุดๆจริงๆ
Slz_* ณ SiamZone

บทพูด หนังเรื่องนี้ ดีมากๆ
คนเขียนบท มีคำพูดดีๆ แทรกอยู่ในตัวละคร เสมอ
บทจะฮา ก็อา แบบสุดๆ ซึ้งก็ซึ้ง กินใจ
จะหวานก้ไม่ถึงกับว่า เกินความเป็นจริง
yuthana2518 ณ SiamZone

10 Comments

  1. บี
    Posted ตุลาคม 18, 2009 at 4:37 pm | Permalink

    ใคร ๆ อาจไม่ชอบตอนจบ แต่ตอนจบทำให้ได้คิดหลายอย่างต่าง ๆ กันไป คุณเปลี่ยนตัวเอง หรือ คุณอยากเรียนรู้ ในสิ่งที่เค้า เป็น จึงเลือกทำแบบ นั้น กลับชอบนะ ที่ตอนจบ นางเอกคิดจะโทรศัพท์แต่ก็ไม่มีใครให้โทรเหมือนคนในรถ คำถามคือ ในที่สุด การรอคอยก็จบสิ้นลงต่ะหาก จริง ๆ ฉากจบ ให้เราคิดแหละ ถ้าเราคิดได้ เราจะเข้าใจ ตั้งแต่แรกเลย ว่า เค้าสร้างตอนจบได้ดี กว่าที่เราคิดไว้หน่ะ ชอบมากมาย

  2. Afdol
    Posted ตุลาคม 19, 2009 at 5:42 pm | Permalink

    ชอบตอนจบอ่ะครับเค้าปรบมือให้เพราะไฟติดหรือว่าปรบให้เพราะคริสได้เบอร์เคนอ่ะครับ555+

  3. zero
    Posted ตุลาคม 21, 2009 at 10:19 am | Permalink

    แต่ว่า.. เคนไปอยู่ในรถไฟฟ้าที่คริสอยู่ได้ยังไง
    ในเมื่อฉากที่ขึ้นรถไฟฟ้าก็อยู่กันคนละชั้น.. ต่อให้วิ่งจะทันรึเปล่าก็ไม่รู้
    (ถ้าเอาตามความเป็นจริง) เพราะคนค่อนข้างเยอะทีเดียวเลย สถานีสยามเนี่ยน่ะ..

  4. PTpt
    Posted ตุลาคม 22, 2009 at 10:10 pm | Permalink

    โหย
    สุดยอดเรยเพ่!!

    พี่คริสสวยมาก พี่เคนก้หล่อ!!!
    ผู้กำกับเก่งมากกกก
    ให้เต็มร้อยเร๊ยยย :’))

  5. Posted ตุลาคม 30, 2009 at 9:40 am | Permalink

    Themeของเรื่องนี้คือ “เวลา…กับความรัก”

    คนเขียนบทและผู้กำกับจะต้องยึดเอา”แก่นแกน”หรือThemeนี่ล่ะ ในการผูกโยงเรื่องต่างๆให้เข้าหากัน แต่ต้องไม่หลุดจากThemeเพราะไม่งั้นหนังจะห่วย เหมือนหนังพจน์ อานนท์

    1.พระเอกทำงานกลางคืน แต่นางเอกทำงานกลางวัน = สร้างความขัดแย้งให้เห็นว่าคู่นี้มีอุปสรรคเรื่อง “เวลา” (แต่แม้นเวลาไม่ตรงกันก็มีสื่อกลางให้เจอกันคือ”รถไฟฟ้า”)

    2.พระเอกเคยผิดหวังในรักเก่าจากเรื่องเวลา ถือเป็นปมในความรัก ด้วยคำที่คนรักเก่าพูดว่า”คนเราถ้าไม่ได้เจอกันเลย จะเรียกว่าเป็นแฟนกันได้ยังไง”=พระเอกผิดหวังในรักเพราะ”เวลาไม่ตรงกัน”

    3.ในหนังแสดงออกหลายเรื่องในเรื่องเวลากับการเดินทางไปทำงาน และการไปทำงานสายของนางเอก = นางเอกมีปัญหาเรื่องเวลาตลอดตอนทำงานกลางวัน แต่พอย้ายมาทำงานกลางคืน(ตอนท้ายเรื่อง) กลับไม่มีปัญหา = หนังจะบอกว่า..จริงๆ มึงน่ะล่ะเหมาะกับการทำงานเวลากลางคืนมากกว่ากลางวัน

    4.ความหมายเชิงสัญลักษณ์(Symbolic) ในเรื่องเวลาของหนังเรื่องนี้มีหลายเรื่อง เช่น เรื่องการที่นางเอกชอบต้มมาม่ากิน เพราะอ้างว่าไม่มีเวลา../การที่นางเอกไม่รอให้มาม่ามันนุ่มก่อน(3นาที) เพราะใจร้อนขี้เกียจรออ้างว่า”ชอบกินกรอบๆ” ถ้าชอบกินกรอบๆ จะใส่น้ำทำบิดามึงรึ!!! /หนังแสดงให้เห็นว่าการรีบร้อนทำมาม่าเกินไปของนางเอก เพราะนางเอกรีบร้อนไปซ่ะทุกเรื่อง!!!!!

    5.เวลากับความรัก ที่เด่นมากๆ ในเรื่องนี้คือตอนที่พระเอกต้องไปเรียนต่อเมืองนอก นางเอกระลึกได้ถึงความรักที่พระเอกมีให้… กระวนกระวายรีบไปให้ทันพระเอกขึ้นเครื่องบิน(เหมือนฉากในหนังฝรั่งหลายๆเรื่อง) แต่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ไม่เหมือนในหนังโรแมนติคหลายๆ เรื่อง…. คือ “ไม่ทันเวลา” ไปไม่ทัน…!!!

    6.หนังแสดงให้เห็นว่านางเอกเป็นคนที่ลุกลี้ลุกลนเรื่องเวลามากๆ ทุกครั้งที่ทำอะไร”โก๊ะๆล้นๆ” ก็เพราะรีบทำจนเกินไป.. ไม่รู้จะรีบไปไหน!!!

    และอีกหลายเรื่องใน Theme ที่ว่านี้…

    ****************************************************************************

    หนังเรื่องนี้ต้องการจะบอกว่า “ความรักต้องการเวลา” ไม่ต้องรีบไม่ต้องเร่ง ของทุกอย่างมีเวลาของมัน เหมือนต้มมาม่าต้องรอ3นาทีเส้นถึงนุ่ม

    เหมือนไปสนามบินไม่ทัน..รออีก 2ปีพระเอกกลับมาเมืองไทยมึงก็ได้เจอกัน!! เหมือน”อีน้องสาว”ข้างบ้านที่เป็นคู่แข็ง..อยู่ดีๆ แม่งก็เลิกแย่งพระเอกไปเอง

    เวลากับชีวิต / เวลากับความรัก / เวลาจัดสรร / เมื่อถึงเวลา…ไม่ต้องบิ๊วท์..แม่งมาเอง !!!

    “บางทีเวลาขึ้นภูเขาอย่ามองแต่เป้าหมายคือ”ยอดเขา” ต้นไม้ใบหญ้าริมทางก็สวยไม่หยอก..ขึ้นไปดู”วิว”ไปด้วยก็ได้..สบายใจดี!!!”

  6. Posted ตุลาคม 30, 2009 at 9:45 am | Permalink

    Themeของเรื่องนี้คือ “เวลา…กับความรัก”
    1.พระเอกทำงานกลางคืน แต่นางเอกทำงานกลางวัน = สร้างความขัดแย้งให้เห็นว่าคู่นี้มีอุปสรรคเรื่อง “เวลา” (แต่แม้นเวลาไม่ตรงกันก็มีสื่อกลางให้เจอกันคือ”รถไฟฟ้า”)
    2.พระเอกเคยผิดหวังในรักเก่าจากเรื่องเวลา ถือเป็นปมในความรัก ด้วยคำที่คนรักเก่าพูดว่า”คนเราถ้าไม่ได้เจอกันเลย จะเรียกว่าเป็นแฟนกันได้ยังไง”=พระเอกผิดหวังในรักเพราะ”เวลาไม่ตรงกัน”
    3.ในหนังแสดงออกหลายเรื่องในเรื่องเวลากับการเดินทางไปทำงาน และการไปทำงานสายของนางเอก = นางเอกมีปัญหาเรื่องเวลาตลอดตอนทำงานกลางวัน แต่พอย้ายมาทำงานกลางคืน(ตอนท้ายเรื่อง) กลับไม่มีปัญหา = หนังจะบอกว่า..จริงๆ มึงน่ะล่ะเหมาะกับการทำงานเวลากลางคืนมากกว่ากลางวัน
    4.ความหมายเชิงสัญลักษณ์(Symbolic) ในเรื่องเวลาของหนังเรื่องนี้มีหลายเรื่อง เช่น เรื่องการที่นางเอกชอบต้มมาม่ากิน เพราะอ้างว่าไม่มีเวลา../การที่นางเอกไม่รอให้มาม่ามันนุ่มก่อน(3นาที) เพราะใจร้อนขี้เกียจรออ้างว่า”ชอบกินกรอบๆ” ถ้าชอบกินกรอบๆ จะใส่น้ำทำบิดามึงรึ!!! /หนังแสดงให้เห็นว่าการรีบร้อนทำมาม่าเกินไปของนางเอก เพราะนางเอกรีบร้อนไปซ่ะทุกเรื่อง!!!!!
    5.เวลากับความรัก ที่เด่นมากๆ ในเรื่องนี้คือตอนที่พระเอกต้องไปเรียนต่อเมืองนอก นางเอกระลึกได้ถึงความรักที่พระเอกมีให้… กระวนกระวายรีบไปให้ทันพระเอกขึ้นเครื่องบิน(เหมือนฉากในหนังฝรั่งหลายๆเรื่อง) แต่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ไม่เหมือนในหนังโรแมนติคหลายๆ เรื่อง…. คือ “ไม่ทันเวลา” ไปไม่ทัน…!!!
    และอีกหลายเรื่องใน Theme ที่ว่านี้…
    ต้องรีบไม่ต้องเร่ง ของทุกอย่างมีเวลาของมัน เหมือนต้มมาม่าต้องรอ3นาทีเส้นถึงนุ่ม

    เหมือนไปสนามบินไม่ทัน..รออีก 2ปีพระเอกกลับมาเมืองไทยมึงก็ได้เจอกัน!! เหมือน”อีน้องสาว”ข้างบ้านที่เป็นคู่แข็ง..อยู่ดีๆ แม่งก็เลิกแย่งพระเอกไปเอง

    เวลากับชีวิต / เวลากับความรัก / เวลาจัดสรร / เมื่อถึงเวลา…ไม่ต้องบิ๊วท์..แม่งมาเอง !!!

    “บางทีเวลาขึ้นภูเขาอย่ามองแต่เป้าหมายคือ”ยอดเขา” ต้นไม้ใบหญ้าริมทางก็สวยไม่หยอก..ขึ้นไปดู”วิว”ไปด้วยก็ได้..สบายใจดี!!!”

  7. Posted ตุลาคม 30, 2009 at 10:22 am | Permalink

    ชื่อเรื่องๆ นี้มีเสน่ห์ ..
    1.เป็นการล้อพ้องคำ “รถไฟฟ้ามหานคร”
    2.มีความหมายเชิงน่ารัก”รถไฟฟ้า..มาหานะเธอ” ประมาณว่า..อายุเข้าสู่เลข 3 แล้วน่ะ..รถไฟขบวนสุดท้ายแล้ว.. แต่ไม่ใช่รถไฟธรรมดา… แต่เป็น “รถไฟฟ้า..เลยน่ะมึงงง”

    รถไฟขบวนสุดท้าย = หนุ่มๆ ที่เข้ามาในช่วงโค้งสุดท้าย
    รถไฟฟ้า = หนุ่มหล่อ เท่ห์จัด..และทันสมัย

  8. ตุ้ม
    Posted ตุลาคม 30, 2009 at 12:38 pm | Permalink

    ตอนแรกก็คิดไปต่าง ๆ นานานะ ตอนที่ไฟดับ แต่พระเอกก็ไม่ใช่ช่างไฟแล้วจะไปแก้ตรงจุดไหน อีกทีคิดว่ารถไฟมีปัญหา แล้วพระเอกก็อยู่ใกล ๆ บริเวณนั้นก็เลยมาจัดการเอง แต่คิดไปพระเอกไม่ได้เป็นช่างเทคนิค แต่เป็นวิศวะ ด้านการเจียราง สุดท้ายก็เลยคิดว่าคงวิ่งลงตอนช่วงที่คิดได้สุดท้ายก่อนรถไฟออก แล้วรับขึ้นรถไป ส่วนตอนที่คนปรบมือก็ยังก้ำกึ่งว่าดีใจที่ไฟมาแล้ว หรือว่าเพราะจัดฉากให้พระเอกกับนางเอก มาบอกเบอร์โทรศัพท์ ให้เซอร์ไพรซ์ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมต้องไปดูความน่ารักของหนังเรื่องนี้ ที่เป็นธรรมชาติมาก กับความน่ารักของนางเอก ที่ดูธรรมดา มีความเปิ่นเป็นอาวุธ แต่เธอไม่ใช่คนธรรมดาเลย ถึง 3 รอบแล้ว แต่ก็ยังยิ้มและใจเต้นได้ทั้งสามครั้ง ชอบครับ

  9. SCHENE
    Posted พฤศจิกายน 2, 2009 at 10:10 pm | Permalink

    แม่ง eddytalk เป็นใครว่ะ
    วิจารณ์ดีฉิบหาย
    เมล์มาคุยหน่อย

  10. Natsu
    Posted พฤศจิกายน 10, 2009 at 11:15 am | Permalink

    บทไม่สมจริง- ดูแล้วไม่เชื่อ
    อย่างกราฟฟิคดาวก็ดูรู้เลยว่าเป็นภาพนิ่ง
    มุขขาดๆเกินๆ บางอย่างล้นแต่ไม่จำเป็น บางอย่างถ้าเติมเข้าไปจะฮากว่านี้มาก
    นักแสดงก็ยังไม่หลุดการแอคมากเท่าไหร่ เลยไม่ค่อยเป็นธรรมชาติมาก

    เต็มสิบ น่าจะได้ซัก 6.5